ทำความรู้จักการเต้นแต่ละประเภท รู้ไว้ก่อนตัดสินใจเรียนเต้น

ทำความรู้จักการเต้นแต่ละประเภท รู้ไว้ก่อนตัดสินใจเรียนเต้น

“การเต้น” เป็นศิลปะในการแสดงออกอย่างหนึ่งที่มีมาเนิ่นนาน และยิ่งเมื่อเวลาผันผ่านก็จะได้รับความสนใจจากคนรุ่นใหม่มากขึ้น ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเป็นศิลปะที่ได้ประโยชน์ในหลายทาง ไม่ว่าจะเป็นการส่งเสริมให้สุขภาพดี หรือสามารถพัฒนาต่อยอดจนเกิดอาชีพได้อีกด้วย เช่น เป็นดารา นักร้อง แดนเซอร์ เป็นต้น ซึ่งในยุคปัจจุบันการเรียนเต้นไม่ได้หยุดโอกาสของผู้เรียนไว้ที่ภายในประเทศนั้น แต่กลับมีบุคคลตัวอย่างหลายท่านที่เริ่มต้นเรียนเต้น จนได้ไปเดบิวท์ไกลโกอินเตอร์ถึงเกาหลี โดยในบทความนี้เราภูมิใจนำเสนอการเต้นหลากสไตล์ พลิกมุมมองเรื่องการเต้นให้เป็นเรื่องง่าย ที่ไม่ว่าอายุเท่าไหร่ เพศไหนก็เริ่มต้นเรียนได้สบาย ๆ

ทำความรู้จักประเภทการเต้นแบบต่าง ๆ ศึกษาไว้ก่อนตัดสินใจเลือก มีชัยไปกว่าครึ่ง

อาจมีการเต้นหลายแบบที่เราคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี ในขณะที่การเต้นบางประเภทเราก็แทบไม่เคยได้ยินหรือรู้จักมาก่อนเลย โดยการเต้นแต่ละประเภทนั้นมีต้นกำเนิดมาอย่างยาวนาน และส่วนมากมักมีที่มาจากการเต้นประกอบจังหวะให้เข้ากับสไตล์เพลงนั้น ๆ ที่ถูกคิดค้นขึ้นมาตามยุคสมัย ซึ่งเราสามารถแบ่งออกได้ ดังนี้

การเต้นแบบ “Hip Hop Dance”

Hip Hop Dance

การเต้นแบบ “Hip Hop Dance” ถูกออกแบบมาให้เพื่อเต้นเข้าจังหวะกับแนวสไตล์เพลง Hip Hop ที่เรารู้จักกันเป็นอย่างดี ซึ่งดนตรีแนว “ฮิปฮอป” จะเน้นการใส่บีทจังหวะหนัก ๆ ที่เน้นเสียงกลอง อิเล็กทรอนิกส์ และเบสเป็นส่วนใหญ่ เพลงจึงมีจังหวะเร็วไปจนถึงเร็วมาก ต้องอาศัยการเต้นที่มีการโยกตัว กระทืบเท้า กระโดด ให้ไปกับเสียงจังหวะในเพลง อีกทั้งยังมีการใส่ลีลาที่เรามักคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี เช่น การเลียนแบบหุ่นยนต์ ท่ากระตุกตามส่วนต่าง ๆ ของร่ายกาย หรือการเลียนท่าทางการแสดงออกในชีวิตประจำวัน เป็นต้น ผู้ที่เรียนเต้นประเภทนี้จึงต้องเน้นการออกท่าที่แข็งแรงและชัดเจน เพื่อให้การเต้นออกมาสวยงามหนักแน่นตรงกับสไตล์ของเพลง

Street Dance

เรียกได้ว่าใครที่อยากเรียนเต้นปลดปล่อยพลังต้องเรียน “Street Dance” เพราะเป็นการเต้นที่สามารถคิดค้นท่าใหม่ ๆ ได้ตลอดเวลา อีกทั้งยังมีการนำท่าจากกีฬายิมนาสติกมาใช้ เช่น ท่าตีลังกา ฉีกขา กังหัน เป็นต้น บีทเพลงที่การเต้น Street Dance นำมาใช้จะเป็นเพลงจังหวะเร็ว แม้ไม่หนักและรัวเท่าฮิปฮอปแต่ก็เป็นบีทที่มีความถี่ เน้นไปทางสนุกสนานครื้นเครง สามารถให้ผู้เต้นปลดปล่อยร่างกายไปกับลีลาการเต้นได้อย่างเต็มเปี่ยม วัยรุ่นในอเมริกานิยมเรียนเต้นประเภทนี้กันมาก เนื่องจากไม่ยากจนเกินไป อีกทั้งยังสามารถเต้นได้ทั้งแบบกลุ่มและเดี่ยว สามารถเริ่มต้นได้ทั้งยังเป็นเด็กหรือผู้ใหญ่

การเต้นแบบ “Jazz Dance”

Jazz Dance

การเต้น “Jazz Dance” เป็นการเต้นเพื่อความสนุกสนานหรือเข้าสังคม เดิมทีมักเต้นกับเพลงที่มีจังหวะเร็ว ด้วยการเคลื่อนไหวที่มีสีสัน และสนุกสนาน อีกทั้งยังนิยมนำไปเต้นประกอบในละครเวทีต่าง ๆ เป็นอย่างมาก  การเต้น Jazz Dance จะอาศัยความอ่อนช้อยของลำตัวและส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย แม้ไม่ได้มีจังหวะในการเต้นที่หนักเทียบเท่ากับ Hip Hop หรือ Street Dance แต่ก็มีเสน่ห์ตรงความนุ่มนวลเป็นจุดขาย ศิลปะของการเรียนแจ๊สแดนซ์จึงคล้าย ๆ กับการเรียนบัลเลต์ เพราะได้มีการนำท่าบางท่ามาประยุกต์ให้เกิดลีลาใหม่ ๆ นั่นเอง

การเต้นแบบ “Ballroom Dance”

Ballroom Dance

การเต้น “Ballroom Dance” หรือ “ลีลาศ” เป็นการเรียนเต้นชนิดหนึ่งที่ใครหลายคนคุ้ยเคยเป็นอย่างดี ซึ่งในอดีตไม่ว่าจะเป็นในไทยหรือต่างประเทศก็ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก มีต้นกำเนิดมาจากชนชั้นสูงในแถบยุโรป ที่นิยมเต้นกันยามมีงานเข้าสังคมหรืองานเลี้ยง แม้ว่าการเต้นลีลาศจะไม่ได้ฮิตฮอตเหมือนในสมัยก่อน แต่ก็เป็นการเต้นที่ยังมีเสน่ห์ไม่เสื่อมคลาย โดยการเต้นจำเป็นต้องอาศัยคู่ชาย-หญิง มีจังหวะหลากหลายในการเต้นที่แตกต่างกันไป เช่น ควิกซ์สเต็ป (Quick Step) แทงโก้ (Tango) วอลซ์ (Waltz) เป็นต้น ที่สำคัญการเต้นลีลาสไม่ได้อาศัยแค่จังหวะของฝีเท้าและท่าทางเท่านั้น แต่ยังอาศัยบุคลิกภาพของผู้เรียนที่ต้องแสดงออกถึงความสง่าผ่าเผยด้วย ซึ่งครูผู้สอนจะเป็นคนคอยฝึกบุคลิกภาพต่าง ๆ เหล่านี้ให้แก่ผู้เรียนเอง เรียกได้ว่าเต้นครั้งเดียว ได้บุคลิกภาพที่ดีกลับบ้านเป็นของแถมด้วย

การเต้นแบบ “ซุมบ้า”

Zumba Dance

การเต้น “ซุมบ้า” ถือกิจกรรมที่กำลังมาแรง ณ ขณะนี้ เพราะเป็นการเต้นที่สามารถใช้ออกกำลังกายได้ด้วย โดยลักษณะของการเต้นซุมบ้าจะเป็นการออกลีลาให้ไปตามจังหวะเพลง ซึ่งผู้เต้นต้องขยับเขยื้อนร่างกายอยู่ตลอดเวลา มีบีทของเพลงที่ไม่หนักหรือเบาจนเกินไป การออกท่าทางจะเน้นไปที่ส่วนหน้าท้อง สะโพก และก้น โดยแบ่งสเต็ปในการเต้นออกเป็น 3 แบบ คือ แอโรบิกฮิปฮอป ลาติน และระบำหน้าท้อง ที่นอกจากจะได้ความสนุกแล้วก็ยังได้หุ่นสวย ๆ เพิ่มไปเต็ม ๆ

การเรียนเต้นให้ได้ทั้งความสนุกและถูกต้องจำเป็นที่จะต้องมีผู้นำเต้นหรือครูสอนที่คอยถ่ายทอดท่าทาง และเก็บไลน์ในการเต้นให้แก่ผู้เรียน สามารถเริ่มต้นได้ไม่ว่าจะอยู่ในวัยใด อายุเท่าไหร่ หรือเพศไหนก็ตาม ที่โรงเรียนสอนเต้น “The Artists” ทุกท่านจะพบกับคุณครูสอนเต้นชั้นนำ แถมยังมีการจัดสอบมาตรฐานในการเต้นให้ตรงกับประเทศออสเตรเลียอีกด้วย อย่าปล่อยให้การรีรอพังทลายความฝันในการเริ่มเต้นของคุณ

นอกเหนือจากการเรียนเต้นจะมีให้เราเลือหลายประเภทแล้ว ที่สำคัญยังให้ประโยชน์มากมาย เช่น ปรับบุคลิกภาพให้ดีขึ้น, ทำให้ได้เจอสังคมใหม่ ๆ, ส่งเสริมสุขภาพให้แข็งแรง, ทำให้ความเครียดลดน้อยลง, เพิ่มความมั่นใจในการแสดงออก และได้เปิดประสบการณ์สู่กิจกรรมใหม่ ๆ เป็นต้น เหมาะสมกับคนทุกวัยและทุกเพศ เรื่องเต้นไม่ใช่เรื่องยาก แต่ถ้าหากไม่อยากพลาดก็ควรเริ่มต้นตั้งแต่วันนี้ ที่ “The Artists the inspiration of dance”

Leave a Reply