7 ท่าโยคะง่าย ๆ ทำเองได้ที่บ้าน
Post

7 ท่าโยคะง่าย ๆ ทำเองได้ที่บ้าน

ช่วงนี้ใครหลาย ๆ คนคงใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่กับบ้าน ไม่ว่าจะเป็นการทำงานที่บ้าน (Work From Home) หรือ เก็บตัวอยู่กับบ้าน แต่อยู่บ้านนาน ๆ ก็อาจจะเบื่อ นั่งทำงานทั้งวันจนร่างกายเมื่อยล้าไปหมด วันนี้ The Artists Dance Studio จะมาเปิดห้องเรียนโยคะผ่านบทความนี้ เพื่อถ่ายทอด 7 ท่าโยคะที่คุณสามารถทำเองได้ที่บ้าน ท่าโยคะง่าย ๆ ที่ใช้พื้นที่ไม่มาก แต่กลับสร้างประโยชน์ต่อร่างกายมากมาย ซึ่งจะมีท่าไหนบ้างนั้น ถ้าพร้อมแล้ว เรามาหัดทำไปพร้อม ๆ กันเลย 1. ท่าภูเขา (Mountain pose) ยืนตัวตรงเท้าชิดกันทั้งสองข้าง เหยียดเข่าให้ตึง เกร็งกล้ามเนื้อต้นขาและกล้ามเนื้อท้อง ยืดอก คอ และศีรษะตั้งตรง ตามองไปข้างหน้า ค่อย ๆ ยกมือทั้งสองข้างขึ้นพนมมือเหนือศีรษะ ตามองตามมือทั้งสองข้าง เอนตัวไปด้านหลังให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ จนรู้สึกตึง ค้างไว้ประมาณ 15 วินาที ประโยชน์ของท่าภูเขาเป็นท่าโยคะที่ฝึกการยืนที่ถูกสุขลักษณะ ช่วยในการยืดและคลายกล้ามเนื้อ แถมยังช่วยกระตุ้นการทำงานของระบบทางเดินหายใจ ให้หายใจได้สะดวกขึ้น...

5 ท่าโยคะเบื้องต้นสำหรับผู้เริ่มต้นเรียนกับ The Artists Dance Studio
Post

5 ท่าโยคะเบื้องต้นสำหรับผู้เริ่มต้นเรียนกับ The Artists Dance Studio

“โยคะ” เทรนด์การออกกำลังกายสุดฮอตในยุคปัจจุบัน เพราะนอกจากจะได้สุขภาพที่แข็งแรงสมส่วนแล้ว โยคะยังเป็นอีกหนึ่งวิธีที่สามารถฝึกจิตใจและสร้างสมาธิให้กับผู้เล่นได้เป็นอย่างดี เรียกได้ว่าเป็นการออกกำลังกายที่ดีต่อสุขภาพครบวงจรทั้งภายในและภายนอกเลยทีเดียว ซึ่ง The Artists Dance Studio สถาบันสอนโยคะและเต้นที่ได้รับมาตรฐานสากล และมีจุดเริ่มต้นในการก่อตั้งสถาบันมาจากความรักและหลงใหลในการเต้นและโยคะของผู้บริหารสถาบันเอง จึงทำให้มั่นใจได้มากกว่าร้อยเปอร์เซ็นต์ว่า ทุกหลักสูตรที่เปิดสอนจะสร้างสุขภาพรวมถึงบุคลิกภาพที่ดีให้กับผู้เรียนได้อย่างแน่นอน และวันนี้เราจะมาแนะนำ 5 ท่าโยคะเบื้องต้นสำหรับผู้เริ่มต้น เรื่องไม่ยากที่ต้องเรียนรู้ ส่วนจะมีท่าไหนให้ซ้อมหัดทำกันบ้างนั้น ไปดูกัน 1. ท่านักรบ 1 (Warrior 1) หรือชื่อเรียกอย่างเป็นทางการในภาษาสันสกฤตว่า Virabhadrasana 1 วิธีการทำท่า Warrior 1 1. ยืนตัวตรงเท้าชิดกันทั้งสองข้าง 2. แยกเท้าทั้งสองข้างออกจากกันประมาณ 3 – 4 ฟุตโดยที่ส้นเท้าวางอยู่ในเส้นระนาบเดียวกัน 3. บิดเท้าขวาไปข้างหน้า 90 องศา และเท้าซ้ายบิดตามเล็กน้อย โดยที่ฝ่าเท้าทั้งสองข้างวางแนบไปกับพื้นเต็มเท้า 4. บิดลำตัวและสะโพกไปด้านหน้า (ด้านเดียวกับเท้าขวา) 5. หายใจเข้าพร้อมกับยกมือทั้งสองข้างเหยียดตรงขึ้นเหนือศีรษะ 6. หายใจออก กดสะโพกลงพร้อมกับค่อย ๆ ย่อขาขวา...

ทำความรู้จักการเต้นแต่ละประเภท รู้ไว้ก่อนตัดสินใจเรียนเต้น
Post

ทำความรู้จักการเต้นแต่ละประเภท รู้ไว้ก่อนตัดสินใจเรียนเต้น

“การเต้น” เป็นศิลปะในการแสดงออกอย่างหนึ่งที่มีมาเนิ่นนาน และยิ่งเมื่อเวลาผันผ่านก็จะได้รับความสนใจจากคนรุ่นใหม่มากขึ้น ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเป็นศิลปะที่ได้ประโยชน์ในหลายทาง ไม่ว่าจะเป็นการส่งเสริมให้สุขภาพดี หรือสามารถพัฒนาต่อยอดจนเกิดอาชีพได้อีกด้วย เช่น เป็นดารา นักร้อง แดนเซอร์ เป็นต้น ซึ่งในยุคปัจจุบันการเรียนเต้นไม่ได้หยุดโอกาสของผู้เรียนไว้ที่ภายในประเทศนั้น แต่กลับมีบุคคลตัวอย่างหลายท่านที่เริ่มต้นเรียนเต้น จนได้ไปเดบิวท์ไกลโกอินเตอร์ถึงเกาหลี โดยในบทความนี้เราภูมิใจนำเสนอการเต้นหลากสไตล์ พลิกมุมมองเรื่องการเต้นให้เป็นเรื่องง่าย ที่ไม่ว่าอายุเท่าไหร่ เพศไหนก็เริ่มต้นเรียนได้สบาย ๆ ทำความรู้จักประเภทการเต้นแบบต่าง ๆ ศึกษาไว้ก่อนตัดสินใจเลือก มีชัยไปกว่าครึ่ง อาจมีการเต้นหลายแบบที่เราคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี ในขณะที่การเต้นบางประเภทเราก็แทบไม่เคยได้ยินหรือรู้จักมาก่อนเลย โดยการเต้นแต่ละประเภทนั้นมีต้นกำเนิดมาอย่างยาวนาน และส่วนมากมักมีที่มาจากการเต้นประกอบจังหวะให้เข้ากับสไตล์เพลงนั้น ๆ ที่ถูกคิดค้นขึ้นมาตามยุคสมัย ซึ่งเราสามารถแบ่งออกได้ ดังนี้ 1. Hip Hop Dance การเต้นแบบ “Hip Hop Dance” ถูกออกแบบมาให้เพื่อเต้นเข้าจังหวะกับแนวสไตล์เพลง Hip Hop ที่เรารู้จักกันเป็นอย่างดี ซึ่งดนตรีแนว “ฮิปฮอป” จะเน้นการใส่บีทจังหวะหนัก ๆ ที่เน้นเสียงกลอง อิเล็กทรอนิกส์ และเบสเป็นส่วนใหญ่ เพลงจึงมีจังหวะเร็วไปจนถึงเร็วมาก ต้องอาศัยการเต้นที่มีการโยกตัว กระทืบเท้า กระโดด ให้ไปกับเสียงจังหวะในเพลง...

เรียนเต้นที่ไหนดี? 7 เรื่องต้องรู้ ที่ทำให้คุณเลือกคอร์สเรียนเต้นที่มีคุณภาพได้ทันที
Post

เรียนเต้นที่ไหนดี? 7 เรื่องต้องรู้ ที่ทำให้คุณเลือกคอร์สเรียนเต้นที่มีคุณภาพได้ทันที

การเต้นเป็นหนึ่งในทักษะสารพัดประโยชน์ที่ช่วยทั้งเรื่องการพัฒนาบุคลิคภาพ ฝึกสมาธิ ความคิดสร้างสรรค์ สร้างเสน่ห์ และยังเป็นการออกกำลังกายแสนสนุกที่ ขอแค่มีเสียงเพลงเปิดขึ้นมาเบา ๆ ร่างกายก็พร้อมเคลื่อนไหวตามไปอย่างง่ายดาย จึงไม่แปลกเลยที่ในยุคปัจจุบันคุณพ่อคุณแม่ทั้งหลายจะนิยมส่งบุตรหลานของตนเข้าเรียนเต้นตั้งแต่ยังเด็ก หรือแม้แต่วัยรุ่น วัยทำงาน ต่างก็สนใจหันมาฝึกเต้นเป็นงานอดิเรก แต่นอกจากจะต้องอาศัยใจรักและวินัยการฝึกฝน อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่มองข้ามไม่ได้เลย คือเรียนเต้นที่ไหนดี? การรู้จักเลือกต้นแบบหรือสถานที่เรียนที่ดีมาคอยชี้นำสั่งสอน ซึ่งหากเลือกได้อย่างถูกต้องตั้งแต่แรกแล้ว ย่อมประหยัดแรงและเวลาไปได้เยอะทีเดียว อยากเต้นเก่งเต้นสวย ต้องเรียนเต้นที่ไหน? การลงเรียนเต้นกับโรงเรียนที่ดีคือทางเลือกที่ดีที่สุด ที่จะช่วยพัฒนาความสามารถของคุณไปให้ถึงฝั่งฝันได้ แต่การจะเลือกเรียนกับโรงเรียนใดนั้นผู้เรียนเต้นควรต้องตั้งสติแล้วตอบคำถามทั้ง 7 ข้อนี้ให้ดีก่อนตัดสินใจ เพื่อจะได้ไม่พลาดคอร์สเรียนเต้นที่ดีและเหมาะสมกับตัวเอง 1. ประวัติการศึกษาและผลงานของครูสอนเต้น ศิษย์ดีเพราะมีครูดี ดังนั้นก่อนจะตกลงปลงใจจะฝากเนื้อฝากตัวเป็นศิษย์ใคร อย่าลืมศึกษาประวัติและผลงานของครูสอนเต้นให้ดีก่อน หากครูจบการศึกษาด้านการเต้นมาโดยตรงย่อมมีพื้นฐานที่ดีทั้งทางทฤษฎีและปฏิบัติ เหมาะกับการเรียนเพื่อต่อยอดความรู้ระดับสูงต่อไป หากเป็นครูที่มีประสบการณ์เรียนเต้นและการสอนเต้นที่ยาวนานก็ย่อมมีความเข้าใจเด็กนักเรียนอย่างลึกซึ้ง และหากมีโอกาสก็อย่าลืมลงทดลองเรียนดูก่อนสักครั้ง เพื่อสังเกตนิสัยใจคอและสไตล์การสอนเต้นของคุณครูด้วย ว่าเคมีไปกันได้กับเราหรือไม่ มีความรับผิดชอบต่อการสอนเต้นและใส่ใจนักเรียนแต่ละคนมากน้อยแค่ไหน 2. ตัวอย่างผลงานและรีวิวจากนักเรียนรุ่นก่อน ตัวอย่างผลงานการสอนเต้นในรุ่นที่ผ่านมารวมทั้งรีวิวจากนักเรียนเก่า เป็นสิ่งที่ช่วยรับประกันคุณภาพของโรงเรียนแต่ละแห่งได้เป็นอย่างดี ว่าเป็นที่พึงพอใจของผู้เรียนเต้นมากน้อยแค่ไหน มีข้อดีข้อเสียอย่างไรบ้าง สามารถนำทักษะที่เรียนมาไปใช้ได้จริงหรือไม่ หรืออาจจะสอบถามจากผู้ที่เคยเรียนเต้นในโรงเรียนแห่งนั้นโดยตรง 3. สถานที่ตั้งโรงเรียนสะดวกต่อการเดินทางหรือไม่ เนื่องจากผู้เรียนเต้นต้องเดินทางไปโรงเรียนอย่างสม่ำเสมอ ความสะดวกต่อการเดินทางจึงเป็นเรื่องจำเป็น หาก โรงเรียนตั้งอยู่ในเขตชุมชนเมือง ก็ควรอยู่ในบริเวณใกล้รถไฟฟ้าที่เดินทางง่าย หากโรงเรียนตั้งอยู่นอกเมืองก็ควรอยู่ในจุดที่เดินทางได้สะดวก เป็นต้น...

เปลี่ยนคุณเป็นคนใหม่ เริ่มต้นได้ง่าย ๆ ด้วยการเรียนโยคะ
Post

เปลี่ยนคุณเป็นคนใหม่ เริ่มต้นได้ง่าย ๆ ด้วยการเรียนโยคะ

คุณเชื่อหรือไม่ว่า “โยคะ” เป็นสิ่งที่สามารถเปลี่ยนชีวิตคุณได้ คำว่าเปลี่ยนในที่นี้ไม่ได้หมายความถึงสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงขึ้นเท่านั้น แต่ยังรวมถึงจิตใจ สติ และความคิดที่จะค่อย ๆ ถูกพัฒนาไปพร้อม ๆ กับการฝึกโยคะด้วย เพราะเมื่อใดที่ร่างกายและจิตใจของเราเกิดความสมดุลขึ้น ความคิดและมุมมองการใช้ชีวิตของคุณจะเริ่มเปลี่ยนไปทีละเล็กทีละน้อย จนวันหนึ่งคุณจะสังเกตได้ว่า ตัวคุณได้กลายเป็นคนใหม่ไปแล้ว หลายท่านที่ยังไม่เคยสัมผัสกับโยคะอาจจะยังไม่เห็นภาพ ถ้าอย่างนั้นเราไปดูกันเลยดีกว่า ว่าการเรียนโยคะจะเปลี่ยนชีวิตคุณได้อย่างไร โยคะเพื่อสุขภาพแข็งแรงกว่าเดิม                หากคุณเป็นคนหนึ่งที่ใช้ชีวิตประจำวันโดยการนั่งอยู่หน้าจอคอมทั้งวันหรือยืนตลอดเวลา คงหนีไม่พ้นอาการปวดเมื่อยตามส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย บ้างก็มีปัญหาเหนื่อยง่าย ทำให้ร่างกายไม่กระฉับกระเฉง เราบอกได้เลยว่าการเรียนโยคะสามารถเปลี่ยนสุขภาพของคุณให้ดีขึ้นได้ อาการปวดเมื่อยจากพฤติกรรมประจำวันของคุณสามารถหายไปได้ง่าย ๆ เพียงแต่ต้องอาศัยการฝึกฝนร่างกายอย่างถูกวิธี ในการเล่นโยคะคุณจะสังเกตได้ว่า ท่าของการฝึกฝนตั้งแต่ระดับเริ่มต้นไปจนถึงระดับสูงนั้น ล้วนแล้วแต่ใช้ร่างกายของผู้ฝึกเองทั้งสิ้น นั่นหมายความว่าการที่คุณจะพัฒนาจากผู้เริ่มต้นไปยังระดับอื่นได้ จะต้องอาศัยกล้ามเนื้อที่มีความแข็งแรงมากพอก่อน โดยวิธีการฝึกโยคะจะเน้นไปที่การสร้างความยืดเหยียดให้กับส่วนต่าง ๆ ของร่างกายไปพร้อม ๆ กับการสร้างความแข็งแรงให้กล้ามเนื้อแต่ละมัด ซึ่งจะต้องใช้เวลาในการฝึกฝนอย่างต่อเนื่องแบบค่อยเป็นค่อยไป ผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้นจากการฝึกโยคะคือร่างกายของคุณจะเกิดความยืดหยุ่น ปัญหาปวดไขข้อลดลง ร่างกายเริ่มปรับตัวและสุขภาพแข็งแรงขี้นอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากมวลกระดูกและกล้ามเนื้อมีการพัฒนาขึ้น รวมถึงระบบการไหลเวียนเลือดและการทำงานของอวัยวะภายในร่างกายยังทำงานดีขึ้นด้วย พูดได้ว่าคุณจะกลายเป็นคนที่มีสุขภาพดีและกระฉับกระเฉงขึ้นอย่างไม่ทันรู้ตัวเลย โยคะช่วยให้มีสติอยู่กับปัจจุบัน ทันอารมณ์ตนเอง ด้วยวิธีการในการฝึกโยคะ สิ่งที่คุณจะได้พัฒนาไปพร้อมกับร่างกายคือการกำหนดลมหายใจ ซึ่งเป็นการฝึกจิตใจของเราให้อยู่กับปัจจุบันขณะ ในขณะที่ร่างกายขยับแต่ละครั้ง คุณจะต้องควบคุมลมหายใจเข้า ลมหายใจออก ให้ลึกและนิ่ง...

5 ท่าโยคะสร้างสมาธิ!! ฟิต เฟิร์ม หุ่นดีรับปีใหม่
Post

5 ท่าโยคะสร้างสมาธิ!! ฟิต เฟิร์ม หุ่นดีรับปีใหม่

ในปีใหม่ 2017 นี้ ถือเป็นช่วงเวลาที่ดีในการตั้งเป้าหมายของชีวิต หลายๆคนอาจจะตั้งเป้าหมายที่ในการทำงาน การเงิน ครอบครัว หรือการท่องเที่ยว และเป้าหมายที่เป็นที่นิยมมากที่สุดประเภทหนึ่ง คือ เป้าหมายด้านสุขภาพ เช่น การลดน้ำหนัก การออกกำลังกายการเล่นโยคะเป็นประจำช่วยให้สุขภาพของคุณแข็งแรงมากขึ้น และช่วยเรื่องการดูแลรักษาหุ่นอีกด้วย วันนี้ทาง The Artists Dance Studio ได้รวบรวมท่าโยคะที่ช่วยให้คุณหุ่นดีรับปีใหม่มาให้ลองทำดูกันค่ะ เรามาดูท่าโยคะที่จะช่วยสร้างสมาธิ และหุ่นเพรียวสวยให้แก่คุณต้อนรับปีใหม่กันเลยยย… 1. Mountain poseยืนเท้าชิด พนมมือไว้ระดับอก ประกบฝ่ามือเข้าหากัน เปิดหัวไหล่ไปทางด้านหลัง และกดไหล่ให้ต่ำลงเล็กน้อย หลับตาลง กดคางลง และให้นึกถึงความตั้งใจ หรือเป้าหมายของคุณในปีนี้ จากนั้นให้หายใจเข้าลึกๆ 2. Half moon poseยืนเท้าชิด หายใจเข้าและยกแขนขี้นเหนือศีรษะ ประกบฝ่ามือเข้าหากัน ประสานมือ หายใจเข้า ยืดหลังขึ้นตรง หายใจออกแล้วเอียงตัวไปทางขวา ให้หูแนบไปกับไหล่ ค้างไว้ 5 วินาที แล้วดึงตัวกลับขึ้นมา ทำซ้ำอีกข้างสลับไปมา ท่านี้ช่วยให้กล้ามเนื้อด้านข้างลำตัวและหัวไหล่ส่วนนอกแข็งแรงมากขึ้น การหายใจเข้าลึกๆไปยังปอด และซี่โครง จะช่วยให้กล้ามเนื้อข้างลำตัวยืดหยุ่นได้มากขึ้น...

ฟิตหุ่นด้วยโยคะพิชิตอ้วน
Post

ฟิตหุ่นด้วยโยคะพิชิตอ้วน

หน้าร้อนแบบนี้เป็นโอกาสดีที่คุณจะได้เผาผลาญไขมันบนร่างกายค่ะ การหาเครื่องดื่มไขมันต่ำอย่างเช่น เครื่องดื่มผลไม้สมูธตี้ต่าง ๆ นั้นเหมาะมากเลยทีเดียว ดื่มแล้วสดขื่นช่วยคลายร้อนแถมยังไม่ทำให้อ้วนด้วยล่ะ ไม่ว่าจะทำอะไรช่วงนี้เหงื่อของคุณจะออกเยอะเป็นพิเศษ ไม่ว่าจะไปเดินช้อปปิ้งหรือปิกนิกในสวน สิ่งเหล่านี้สามารถช่วยทำให้หุ่นของคุณสวยฟิตไม่อ้วนได้ค่ะ แต่หากจะให้สมบูรณ์แบบจริง ๆ ละก็ ควรจะออกกำลังกาย หน้าร้อนแบบนี้ระบบภายในจะเผาผลาญดีเป็นพิเศษ ดังนั้นจงพลิกวิกฤตเป็นโอกาสซะค่ะ มาฟิตหุ่นสวยเพื่อพิชิตความอ้วนกันดีกว่า คิดแล้วต้องเริ่มต้นหลายคนที่หุ่นยังไม่สวยสมใจนั่นเพราะคุณคิด แต่ยังไม่ได้ลงมือทำค่ะ คิดว่าอยากมีหุ่นสวย อยากออกกำลังกายแต่ไม่เริ่มเสียทีแล้วเมื่อไหร่ไขมันส่วนเกินจะออกไปจากร่างกายของคุณล่ะค่ะ ดังนั้นคิดแล้วต้องเริ่มทำเลยค่ะ เริ่มจากการออกกำลังกายแบบเบา ๆ อย่างการเต้นแอโรบิคก่อนก็ได้ หรือไปตามฟิตเนสเพื่อเล่นเครื่องเล่นต่าง ๆ อย่างถูกต้องตามคำแนะนำของเทรนเนอร์ ก็จะทำให้คุณมีหุ่นสวยดั่งใจ ค่อยเป็นค่อยไปการออกกำลังกายนั้นไม่ควรจะหักโหมค่ะเพราะจะทำให้กล้ามเนื้ออักเสบได้ ฉะนั้นเริ่มแรกควรจะเบา ๆ ให้กล้ามเนื้อได้ชินกับการเปลี่ยนแปลงเสียก่อนและต้องทำต่อเนื่องอย่างสม่ำเสมอเพื่อหุ่นที่สวยอย่างยั่งยืน เพราะว่าไม่มีวิธีลดความอ้วนวิธีไหนดีเท่ากับการออกกำลังกายค่ะ ตั้งเป้าความสำเร็จในเมื่อตั้งใจที่จะฟิตหุ่นสวยแล้ว คุณจะต้องมีเป้าหมายที่ชัดเจนในการออกกำลังกายด้วย อย่างเช่นเริ่มเล่นกี่นาทีและทุกครั้งจะเพิ่มอีกกี่นาทีถึงจะอยู่ตัว เพราะเมื่อได้ออกกำลังกายไปสักระยะหนึ่งแล้วร่างกายจะปรับสภาพทำให้น้ำหนักตัวคงที่ ฉะนั้นอาจจะต้องเพิ่มเวลาขึ้นเพื่อให้ร่างกายได้เบิร์นไขมันมากขึ้นค่ะ ใช้โยคะเป็นตัวช่วยเรียกว่าเป็นการออกกำลังกายที่ได้ผลสุดๆ ไม่น่าเชื่อว่าการเล่นโยคะนั้นจะทำให้ผอมได้ แต่ก็ต้องเชื่อค่ะ เพราะท่าต่างๆ ที่ให้เล่นโยคะนั้น เป็นท่าที่ผสมผสานกับลมปราณในร่างกาย เมื่อเล่นแล้วทำให้ระบบต่างๆ ในร่างกายนั้นทำงานได้ดีขึ้น ซึ่งปัจจุบันก็มีวิดีโอเกี่ยวกับการเรียนโยคะมากมายให้ศึกษา แต่หากคิดว่าการเล่นโยคะยังเป็นเรื่องที่ยากอยู่ ลองเข้ามาทำความรู้จักกับ The Artists Dance Studio ดูค่ะ เพราะมีเทรนเนอร์ผู้เชี่ยวชาญด้านโยคะโดยเฉพาะ...

ฝึกเล่นโยคะไม่ยากอย่างที่คิด
Post

ฝึกเล่นโยคะไม่ยากอย่างที่คิด

ไม่น่าเชื่อว่าการเล่นโยคะนั้นจะได้รับความนิยมอย่างมากในปัจจุบัน เพราะใครจะคาดคิดว่าการขยับตัวช้าๆ จะกลายเป็นเรื่องที่ช่วยรักษาสุขภาพได้ นอกจากนี้ยังช่วยในเรื่องของสมาธิอยู่ด้วย เป็นการผสานหลายศาสตร์เข้าด้วยกัน โยคะจึงถูกบรรจุลงในคอร์สฟิตเนสต่างๆ เพราะผ่านการรับรองว่าเล่นแล้วได้ผลจริง ทั้งในเรื่องของหุ่นและเรื่องสุขภาพภายใน ซึ่งการเล่นโยคะนั้นเน้นในเรื่องของการจับลมหายใจเป็นหลัก เคลื่อนไหวด้วยท่าทางที่กำหนดไว้อย่างเป็นแบบแผน เน้นสร้างความสมดุลให้กับกายและใจเป็นหลักสำหรับใครที่มัวแต่จ้องๆ มองๆ ยังไม่กล้าลองสักที ไม่รู้ว่าต้องทำอะไรยังไงบ้าง อยากเริ่มเล่นโยคะแต่ไปไม่ถูก ไม่รู้จะเริ่มจากท่าไหน วันนี้เลยมีท่าพื้นฐานสำหรับการฝึกเล่นโยคะมากฝากกัน เป็นท่าพื้นฐานง่ายๆ ที่สามารถฝึกได้เองจากที่บ้าน อุปกรณ์มีไม่มาก เพียงแค่เสื่อโยคะพื้นเดียวก็สามารถเล่นได้แล้วท่าต้นไม้สุดเบสิกเป็นท่าเริ่มต้นที่ผู้ฝึกใหม่ต้องทำให้ถูกต้อง สเต็ปการฝึกคือเริ่มจากยืนขาชิดกันแล้วทิ้งน้ำหนักลงไปที่ขาซ้ายก่อน แล้ววางเท้าขวาไว้ทางต้นขาด้านใน เบี่ยงสะโพกออกไปด้านหน้าให้รู้สึกตึง ค้างไว้จนรู้สึกถึงความสมดุล แล้วค่อยประกบฝ่ามือเข้าหากัน สูดลมหายใจเข้าปอดแล้วยืดแขนขึ้นเหนือหัวไล่ หายใจออกแล้วแยกฝ่ามืออกจากหัน หันหน้าเข้าหาทีละข้าง โดยแต่ละค้างข้างไว้ประมาณ 30 วินาที แล้วค่อยลดมือลง จากนั้นเริ่มทำซ้ำอีกข้าง อาจจะดูยากสักนิดตรงที่ต้องทำช้าๆ แต่หากทำบ่อยๆ แล้วจะเกิดความเคยชินไปเอง​ท่าตรีโกณสุดฮิตเป็นอีกท่าที่นักฝึกโยคะทุกท่านต้องทำให้เป็น เพราะเป็นท่าพื้นฐานเช่นกัน เริ่มจากยืดแขนทั้งสองข้างไปขนาบกับพื้น แล้วแยกขาออกให้มีระยะห่างเท่าความกว้างของไหล่ จากนั้นหันเท้าขวาออกไปด้านข้างประมาณ 30 องศา ส่วนเท้าซ้ายหันออกไปประมาณ 45 องศา ไม่ต้องเป๊ะๆ เอาแค่พอกะจากสายตาได้ก็พอ เมื่อได้องศาที่กำหนดให้ยืดแขนขวาลงไปแตะที่พื้น สำหรับมือใหม่ให้แตะที่หัวเข่าก่อนก็ได้ถ้ารู้สึกตึงเกินไป โดยปลายนิ้วของข้างที่เหลือให้ยืดขึ้นจนสุดและแหงนหน้าขึ้นเพดานทำค้างไว้ที่ 5 ลมหายใจเข้าออก ​แต่สำหรับผู้ที่ต้องการฝึกโยคะอย่างจริงจัง ตอนนี้ที่...